ขอบคุณที่เจอปัญหา

ขอบคุณที่เจอปัญหา

วิกฤติ สร้างวีรบุรุษ (และวีรสตรี) เพราะ ปัญหา สร้างปัญญา

ในการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ทุกคน ล้วนประสบพบเจอกับปัญหาทั้งนั้น
หลายคนเลือกที่จะหนีปัญหา พอทำงานนี้เจอปัญหา ไปต่อไม่ได้ ก็ไม่แก้ หนีไปทำงานชิ้นอื่น ทิ้งชิ้นที่มีปัญหาให้คาราคาซัง

ในขณะที่บางคน เลือกที่จะพุ่งชนกับปัญหา หาวิธีแก้ปัญหาจนสุดความสามารถ คนเหล่านี้ อาจเหนื่อยกว่าคนกลุ่มที่หนีปัญหาและปล่อยให้ผู้อื่นแก้หลายเท่า แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็สร้างปัญญา ค้นพบวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ พร้อมความภาคภูมิใจ และทัศนคติที่ดีในการทำงานอีกด้วย

ตัวแอดมินเอง ทำงานก็เจอปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน สารภาพเลยว่าหลายๆครั้งก็ชอบหนีปัญหา ด้วยความที่มีงานหลายชิ้น เมื่อทำชิ้นที่ 1 เจอปัญหา ก็ไปทำชิ้นที่ 2 ทำไปเรื่อยๆ ก็เจอปัญหาอีก ก็ไปทำชิ้นที่ 3 หากเจอปัญหาอีก ก็กลับมาทำชิ้นที่ 1 บางที ก็ขอให้คนอื่นช่วยแก้ปัญหาแทน ขอในที่นี้คือ ผลักภาระไปเลย ไม่ได้ขอคำแนะนำมาแก้เองนะคะ555 ซึ่งไม่ดีเลย

พอรวบรวมกำลังใจได้ จึงลุกขึ้นสู้ใหม่ และพยายามแก้ปัญหาเหล่านั้นด้วยตัวเอง ไปทางซ้ายไม่ได้ ก็ไปทางขวา ตรงไม่ได้ก็ต้องอ้อม บางอย่างก็ต้องขอคำแนะนำจากคนอื่น แล้วเอามาแก้เอง เมื่อวานนี้ แอดมินแก้ปัญหาในงานไปได้ 1 เรื่อง ขอเล่าให้ฟังเป็นวิทยาทาน

งานชิ้นนี้ เป็นงานเกี่ยวกับการตั้งกฎระเบียบ ซึ่งทำให้แอดมินต้องเป็นคนกลางระหว่างฝ่ายการตลาด และฝ่ายการเงิน แอดมินทำงานให้ทางฝ่ายการเงิน แต่กฎนี้มันกระทบฝ่ายการตลาดโดยตรง แอดก็นัดประชุมกับฝ่ายการตลาดเพื่อรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำไปปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่อฝ่ายการตลาดมากขึ้นโดยแอดมินยังสามารถควบคุมไม่ทำให้หละหลวมจนการเงินทำงานลำบาก แต่หัวหน้าฝ่ายการตลาด ไม่เข้าใจ ยังตั้งแง่กับแอดมิน และขอคุยตัวต่อตัว (แอดไม่ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินนะคะ ตอนนั้นรู้สึกตัวเองเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ ตาดำๆ ที่กำลังจะโดนผู้ใหญ่รังแก)

แอดก็พยายามหลบเลี่ยง ทำเป็นยุ่ง ในขณะเดียวกัน ก็หาข้อมูลสนับสนุนเหตุผลของตัวเอง ทั้งหาเอง และขอความร่วมมือจากคนอื่นในฝ่ายการเงิน และคิดหาแนวทางในการปรับกฎที่จะเอื้อต่อฝ่ายการตลาดโดยที่การเงินยังรับได้ บอกเลยว่าระหว่างเวลาที่หลบนั้น เครียดทุกวัน

จนในที่สุด แอดมินก็หลบจนหลบไม่ได้แล้ว ก็เข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ของฝ่ายการตลาด แอดมินควบคุมสติและอารมณ์อย่างมาก ในภาวะกดดันนั้น แอดมินก็พูดด้วยเหตุผล พร้อมข้อมูลสนับสนุน จนหัวหน้าฝ่ายการตลาดก็เข้าใจ และยอมให้ความร่วมมือ สั่งลูกน้องให้หาข้อมูลอย่างที่แอดมินขอ และทั้งสองฝ่ายก็กลับมาอยู่ฝั่งเดียวกันอีกครั้ง (ไม่ใช่ฝ่ายตรงข้าม อย่างที่เป็นในตอนแรก)

สิ่งที่แอดมินได้จากการเผชิญหน้าในครั้งนี้ คือ 1. โล่งใจมาก รู้งี้นัดคุยตั้งแต่หาข้อมูล และแนวทางแก้ปัญหาได้แล้ว (ถึงแม้จะไม่มั่นใจ 100% ก็ตาม) 2. ได้ความร่วมมือจากฝ่ายการตลาด ทำให้งานเดิน หลุดจากคอขวดที่ติดมานาน 3. ความภาคภูมิใจ และทัศนคติที่ดีในการทำงาน รู้สึกว่าเรามีคุณค่า เราเป็นส่วนสำคัญหากงานชิ้นนี้สำเร็จ และรู้สึกดีต่อองค์กรมากขึ้น 4.แนวทางในการแก้ปัญหาครั้งต่อๆไป

นอกจากนี้ ยังได้เรื่องมาเล่าในบทความฉบับนี้อีกด้วย 555 เห็นมั้ยคะ ว่าปัญหา สร้างปัญญาจริงๆ ดังนั้น อย่ากลัวเมื่อเจอปัญหา จงรวบรวมความกล้าที่จะเผชิญหน้า และแก้ปัญหาอย่างไม่ย่อท้อ แต่เราจะต้องบอกตัวเองว่า “ขอบคุณที่เจอปัญหา“ ก่อนนะคะ :)

แอดมินเอ็ม

Leave a Reply