กิจกรรมเปลี่ยนความชอบเป็นอาชีพ

Field Occupation Title Description Application Period Contact Architecture Architecture design contest 2018 Dec-Feb http://www.tpipolene.co.th ASA International Design Competition 2018 Jan-Mar https://www.asacompetition.com/ National Youth Design Awards ประกวดออกแบบระดับเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 1 Jan-Apr FB: NYD ไม่ธรรมดา Beyond Ordinary ASA Expo May https://www.asaexpo.org/ Communication Arts writer “อ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์” ปีที่ 4 วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็น สรุปใจความของหนังสือ Mar-May praphansarn.com/scholarships ประกวดวรรณกรรมรางวัล “แว่นแก้ว Mar-Apr wankaew@nanmeebooks.com

Continue Reading

3 สิ่งที่ทำแล้วชีวิตเปลี่ยน

ทุกคนอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น และหลายคนก็คงเคยมีความคิดอยากจะเปลี่ยนชีวิตตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี ปีใหม่ที่ไรเราก็มักเขียนรายการสิ่งใหม่ๆที่อยากจะลดละเลิกหรือสิ่งที่อยากทำให้ได้ แต่ทำไปทำมาก็ไม่ได้เริ่มทำเสียที ทำไปทำมาก็ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรดี ดังนั้นวันนี้เรามี 3 สิ่งทรงพลังที่ทำแล้วชีวิตเปลี่ยนแน่นอน   1 การอ่าน การอ่านจะช่วยให้คุณได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารมุมมองและความคิดใหม่ๆ ทำให้คุณก้าวทันโลก หากคุณไม่มีสะดวกที่จะอ่านหนังสือ การฟังหนังสือเสียงก็เป็นทางเลือกให้คุณ หากคุณไม่มีเวลาที่จะมานั่งชิลๆจิบกาแฟอ่านหนังสือแล้วล่ะก็ การอ่านหรือฟังหนังสือเสียงระหว่างทางไปกลับจากทำงานเป็นวิธีที่น่าสนใจ ที่สำคัญยิ่งกว่าคือคุณอ่านอะไรคุณก็จะพัฒนาตัวเองตามไปด้วย เช่น เมื่อคุณอ่านเกี่ยวกับการบริหารจัดการดูแลการเงินส่วนตัว คุณก็จะได้มีความรู้ทางการเงินไปปรับใช้กับชีวิตคุณ การอ่านจึงถือเป็นพื้นฐานของการพลิกชีวิต เปลี่ยนชีวิต และการพัฒนาตนเอง เริ่มต้นด้วยการอ่านวันละ 2-3หน้า หรือ วันบทก็ได้   2 ออกกำลังกายและดูแลการบริโภค ทุกคนรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งดี เป็นนิสัยที่ควรมี หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกเหนื่อยง่าย สมองเบลอๆ คิดอะไรไม่ออก รู้สึกไม่สดชื่นตื่นตัว ไม่มีพลัง หากใช่แล้วล่ะก็ คุณต้องหันมาออกกำลังกายและกินอาหารธรรมชาติแล้ว เพราะการออกกำลังกายช่วยกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัว และ เพิ่มพลังงานให้คุณได้ตลอดวัน นอกจากนี้ การออกกำลังกายเป็นการระบายความเครียดที่ดีเช่นกัน เริ่มต้นง่ายๆด้วยการออกกำลังต่อเนื่องวันละ 30-45 นาทีก็เพียงพอแล้ว เพิ่มผักลดเนื้อสัตว์ และดื่มน้ำเยอะๆ   3 ทำสมาธิ การทำสมาธิในตอนเช้าก่อนเริ่มทำงาน

Continue Reading

ติดนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง แบบนี้ยังไงดี!!!

“อย่าผัดวันประกันพรุ่ง” เราคงเคยได้ยินได้ฟังคำๆนี้ ตั้งแต่เป็นเด็ก แต่มันทำยากเหลือเกิน เคยไหมที่ต้องมานั่งอดหลับอดนอนเครียร์งานคั่งค้างในคืนก่อนกำหนดส่ง เคยไหมที่การผัดวันประกันพรุ่งของเราส่งผลกระทบถึงงานคนอื่นจนโดนตำหนิ เคยสิ ต้องเคย ทุกคนต้องเคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน ครั้นยิ่งปล่อยไว้นานๆเข้าก็กลายเป็นนิสัยทีี่แย่ๆอีก งั้นจะมีวิธีใดช่วยให้เราไม่ผัดวันประกันพรุ่งไหม มีสิ มีแน่นอน วันนี้เราจะมากบอกเคล็ดลับง่ายๆมาบอกกัน   แบ่งย่อยงาน รางวัลและกำหนดส่ง   งานชิ้นหนึ่งอาจเป็้นงานใหญ่งานยากที่แค่นึกถึงก็หมดกำลังใจทำเสียแล้ว หรือ งานอาจจะเป็นเพียงงานเล็กๆง่ายที่จะเอาไว้ทำเมื่อไหรก้ได้ และสุดท้ายก็กลายเป็นเราผัดวันประกันพรุ่งอีกตามเคย!   แบบนี้ไม่ดีแน่นอน! ไม่ว่างานที่ได้มาจะเป็นงานเล็กหรือใหญ่แค่ไหน ก็ให้คิดซะว่างานที่เราต้องทำให้เสร็จนั้น เป็นเหมือนงานโปรเจคใหญ่ จากนั้นก็แบ่งงานใหญ่ออกเป็นส่วนๆ เป็นงานเล็กๆ และกำหนดเวลาที่แน่นอนให้กับงานทุกชิ้น เพราะงานที่ไม่มีกำหนดส่งคืองานที่จะไม่มีวันทำเสร็จ หรือไม่มีวันได้เริ่มทำเลยด้วยซ้ำไป เช่น รายงานที่ต้องส่งในอีกสองอาทิตย์ นี้คือโปรเจคใหญ่ มีกำหนดส่งในอีก 14 วัน  เรานำงานมาแบ่งเป็นส่วนๆ   ตัวอย่าง การคิดหัวข้อและเขียนโครงเรื่อง 1วัน การค้นหาข้อมูล 3 วัน การอ่านและวิเคราะห์ข้อมูล 2วัน การเขียนคำนำ 0.5วัน, เนื้อหา 2 วัน,  สรุป 0.5วัน

Continue Reading

สัมมาคารวะในที่ทำงาน : พฤติกรรมง่ายๆที่ควรทำ

  วันนี้พี่อิฐจะชวนน้องๆมาลงทุนทำอะไรซักอย่างที่ไม่มีต้นทุน มีแต่ได้กำไร (มีที่ไหนไม่มีต้นทุนแต่ได้กำไร โม้ป่าวพี่ !!) โดยก่อนอื่นพี่อยากจะบอกน้องๆว่า การลงทุนในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำงาน แต่น้องๆหลายๆคนกลับละเลย เลือกที่จะไม่ทำ พี่อยากให้ลองเปลี่ยนความคิดกันใหม่ มาลองลงทุนทำ ลองลงทุนแสดงออกพฤติกรรมที่มีชื่อว่า “สัมมาคารวะ” ในที่ทำงานกัน ที่พี่กล้าการันตีและ รับรองว่า มีแต่ได้กับได้ สัมมาคารวะ คือความเคารพที่ถูกต้อง คำว่า เคารพ นั้นไม่ได้หมายถึงการไหว้หรือการพูดว่า “หวัดดีคับเพ่”นะครับน้องๆ แต่หมายถึงการที่มีปัญญามากจนเห็นถึงคุณงามความดีที่มีอยู่ในตัวของผู้อื่นได้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นคนที่มีสัมมาคารวะคือคนที่เปิดใจ เลือกมองส่วนดีของผู้อื่น เช่น พี่ในแผนกของเราเป็นคนทำงานดี มีน้ำใจ ให้น้องๆเอาส่วนดีที่เห็นมาเป็นเครื่องมือในการสานสัมพันธ์กับเขา ส่วนนิสัยที่ไม่ดีของเขาคือขี้อิจฉาและชอบนินทา ให้เรามองข้ามนิสัยพวกนี้ไป แล้วชื่มชมเขาในความเป็นคนเก่ง ทำงานดี มีน้ำใจแทน ดังนั้น การมีสัมมาคารวะกับเพื่อนร่วมงานไม่ใช่เพียงการแสดงความเคารพต่อผู้ที่มีอายุมากกว่าเราหรือตำแหน่งสูงกว่าเท่านั้น คนที่มีอายุเท่ากับเราหรือน้อยกว่า เราก็มีสัมมาคารวะกับเขาได้ เพราะคนที่ถ่อมตัว ใครๆก็ย่อมเอ็นดูและเมตตา เวลาจะขอความช่วยเหลือจากใครก็ง่าย ไม่ว่าจะในฝ่ายเดียวกันหรือนอกฝ่าย เชื่อแน่ว่าทุกคนพร้อมที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ “สัมมาคารวะ” จึงเป็นพฤติกรรมที่จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับน้องๆที่พึ่งก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงานได้เป็นอย่างดี  เพราะการมีวิชาความรู้อย่างเดียวไม่เพียงพอแล้วสำหรับการทำงานยุคปัจจุบัน  เมื่อรู้แบบนี้แล้วอย่าลืมสำรวจตัวเองนะครับว่ายังขาดคุณสมบัติข้อนี้อยู่รึเปล่า หากขาดรีบเติมให้เต็มโดยด่วนเลยนะครับ พี่เชื่อว่าไม่ยากเกินความสามารถของน้องๆอย่างแน่นอน  สู้ๆนะครับ

Continue Reading

นิสัย 6 อย่างของคนประสบความสำเร็จอย่างสูง

คนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีลักษณะ นิสัย 6 อย่าง ที่หาได้ยากในคนทั่วไป จาก www.inc.com Ryan ได้สำรวจข้อมูลของผู้ประกอบการชื่อดังและเปิดเผยสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จ หลายคนอาจเชื่อว่าพวกเขาได้รับโอกาสที่หายากยิ่งในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งก็จริงในหลายๆ กรณี Bill Gates จมอยู่ในโลกของ computer ในช่วงที่อุตสาหกรรมนี้เพิ่งเริ่มต้นซึ่งเป็น จังหวะเวลาที่เยี่ยมยอด แต่นั่นก็คงเป็นการมองอย่างไร้เดียงสาเกินไปโดยไม่สนใจสิ่งอื่นๆที่อาจมีอิทธิพลเลย Bill Gates, Steve Jobs และ Warren Buffett เป็นตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อเนื่องจากพวกเขา เตรียมพร้อมที่จะคว้าโอกาส เมื่อมีโอกาสดี โอกาสแรกผ่านเข้ามา ในบทสัมภาษณ์ และการศึกษาของ Ryan กับผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จใน CreativeLive Ryan ค้นพบลักษณะ นิสัยบางอย่างที่บุคคลเหล่านี้มีเหมือนๆกัน และมันก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้สามารถสร้างธุรกิจโดยผ่านบททดสอบของกาลเวลาได้ ยินดีที่จะยอมรับความล้มเหลว ผู้ประกอบการทุกคนเคยมีประสบการณ์ ล้มเหลวในการทำธุรกิจมาแล้ว 1 – 2 ครั้ง Steve Jobs ก็ไม่ได้ล้มเลิกการประกอบธุรกิจหลังจากที่เขาถูกขับออกจากการเป็น CEO ของ Apple ความล้มเหลวยิ่งทำให้เขามีแรงฮึดสู้ในการเดินหน้าต่อไป หลังจากที่เขากลับเข้าไปทำงานที่

Continue Reading

ขอบคุณที่เจอปัญหา

วิกฤติ สร้างวีรบุรุษ (และวีรสตรี) เพราะ ปัญหา สร้างปัญญา ในการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ทุกคน ล้วนประสบพบเจอกับปัญหาทั้งนั้น หลายคนเลือกที่จะหนีปัญหา พอทำงานนี้เจอปัญหา ไปต่อไม่ได้ ก็ไม่แก้ หนีไปทำงานชิ้นอื่น ทิ้งชิ้นที่มีปัญหาให้คาราคาซัง ในขณะที่บางคน เลือกที่จะพุ่งชนกับปัญหา หาวิธีแก้ปัญหาจนสุดความสามารถ คนเหล่านี้ อาจเหนื่อยกว่าคนกลุ่มที่หนีปัญหาและปล่อยให้ผู้อื่นแก้หลายเท่า แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็สร้างปัญญา ค้นพบวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ พร้อมความภาคภูมิใจ และทัศนคติที่ดีในการทำงานอีกด้วย ตัวแอดมินเอง ทำงานก็เจอปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน สารภาพเลยว่าหลายๆครั้งก็ชอบหนีปัญหา ด้วยความที่มีงานหลายชิ้น เมื่อทำชิ้นที่ 1 เจอปัญหา ก็ไปทำชิ้นที่ 2 ทำไปเรื่อยๆ ก็เจอปัญหาอีก ก็ไปทำชิ้นที่ 3 หากเจอปัญหาอีก ก็กลับมาทำชิ้นที่ 1 บางที ก็ขอให้คนอื่นช่วยแก้ปัญหาแทน ขอในที่นี้คือ ผลักภาระไปเลย ไม่ได้ขอคำแนะนำมาแก้เองนะคะ555 ซึ่งไม่ดีเลย พอรวบรวมกำลังใจได้ จึงลุกขึ้นสู้ใหม่ และพยายามแก้ปัญหาเหล่านั้นด้วยตัวเอง ไปทางซ้ายไม่ได้ ก็ไปทางขวา ตรงไม่ได้ก็ต้องอ้อม

Continue Reading

ตกลงมัน “คุ้ม” หรือ “ไม่คุ้ม” กันแน่?

สิ่งที่เราคิดว่าทำเพราะความคุ้มค่า ตกลงมัน “คุ้ม” หรือ “ไม่คุ้ม” กันแน่? เคยเป็นมั้ยคะแบบว่าคิดถึงความคุ้มค่า คุ้มราคาของทุกอย่าง เช่น กินบุฟเฟ่ต์จะต้องเลือกกินแต่ของแพงๆ กินเยอะๆ ให้พุงแตกกันไปข้างนึง ไม่ต้องกินมื้อเย็น ทั้งๆที่ก่อนจะมากิน ก็อดอาหารมื้อเช้ามาแล้ว หรือว่าซื้อของเซลล์ มาถัวเฉลี่ยราคา กับของเหมือนกันเป๊ะที่ซื้อมาแล้ว ในราคาที่แพงกว่า ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะเอาชิ้นที่ 2 ไปทำอะไร แอดมินก็เป็นเหมือนกันค่ะ เป็นขั้น extreme เลยด้วย ทุกเช้าที่แอดมินกินข้าวฟรีที่โรงแรม (เนื่องจากทำงานอยู่ต่างประเทศ เลยนอนโรงแรม) จะสั่งเมนูที่แพงที่สุด ก็มันฟรีอ่ะ ถ้าสั่งของถูกก็ไม่คุ้มสิ แล้วของแพง ดันอร่อย แถมอ้วนอีกต่างหาก ทีนี้ ทำยังไงล่ะคะ? ก็ต้องเสียเวลาไปออกกำลังกายเพิ่ม 2 เท่า เพื่อเอาแคลอรี่ส่วนเกินออกอีก (จริงๆ การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดีนะคะ ปกติแอดมินก็ออกอยู่แล้ว แต่นี่ต้องเสียเวลาทรมานสังขารเป็น 2 เท่า) ซึ่งทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ต้องอ้วนขึ้นเพื่อแลกกับความ “คุ้ม” ตกลงมัน “คุ้ม” หรือ “ไม่คุ้ม” กันแน่?

Continue Reading

คนที่ประสบความสำเร็จ มักอยากเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ

คนที่ประสบความสำเร็จ มักอยากเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ ในทางกลับกัน คนที่อยากเห็นคนอื่นล้มเหลว มักไม่ประสบความสำเร็จ แอดมินเชื่อว่าทุกคนเคยผ่านช่วงที่ต้องแข่งขัน อยากเอาชนะคนอื่น จนอยากเห็นคนอื่นล้มเหลว เพราะตัวเองจะได้ชนะ จะได้สำเร็จมาแล้วทั้งนั้น แต่หารู้ไม่ว่า จริงๆ คนที่จะประสบความสำเร็จ ล้วนแต่เป็นคนที่อยากเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จทั้งสิ้น ตัวแอดมินก็เหมือนกัน ก่อนที่แอดมินจะมาทำธุรกิจเพื่อสังคมอย่าง CareerVisa แอดมินไม่เข้าใจว่า ทำไม ผู้คนในสังคม Start-Up Ecosystem ถึงได้ชอบรวมตัวกันนัก ทั้งๆ ที่หลายคนก็ทำธุรกิจคล้ายๆ กัน เรียกได้ว่าเป็นคู่แข่งกันเลยด้วยซ้ำ ไม่เข้าใจว่าทำไม คนเหล่านี้ถึงชอบจัดงานด้วยกัน ไม่แย่งลูกค้ากันแย่เหรอ บางคนถึงกับช่วยคู่แข่งของตัวเองโดยไม่หวงความรู้ แต่พอได้เข้ามาทำแล้ว ถึงได้เข้าใจ ว่า 1. ตลาดไม่ได้เล็กขนาดนั้น ลูกค้าเป้าหมายของเรามีมากมายจนเกินความสามารถที่เราจะตอบสนองได้เพียงบริษัทเดียวอยู่แล้ว หรือแม้แต่เรารวมกับคู่แข่ง ก็ยังไม่สามารถตอบสนองได้หมดด้วยซ้ำ 2. การที่เราช่วยให้คนอื่นประสบความสำเร็จ ทำให้เราได้มิตรภาพเพิ่ม ได้เพื่อนอีกหลายคน เพราะ คนที่เราช่วยเหลือ ก็มักซาบซึ้งในน้ำใจ (เราจะไม่พูดถึงบุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระกันตรงนี้ อยากได้ยินประโยคนี้ กรุณาไปดูหนังจีนกำลังภายใน :p) และมักอยากตอบแทนเรา หรืออย่างน้อยก็รู้สึกละอายแก่ใจที่จะทำลายเรา ทำให้เราได้รับความช่วยเหลือตอบแทน และความสัมพันธ์ระหว่างคู่แข่ง

Continue Reading

Fashion Tips : Dress for success

โบกมือบ๊ายบายชุดนิสิต/นักศึกษา เรามาแต่งตัวเพื่อไปสัมภาษณ์งานกันเถอะ! ใส่ชุดนิสิต นักศึกษามาหลายปี วันแรกที่ได้รับโทรศัพท์หรืออีเมล์เรียกไปสัมภาษณ์งานครั้งแรกในชีวิต ตายหล่ะ เปิดตู้เสื้อผ้ามา มีแต่ชุดที่ใส่ไปมหาวิทยาลัย หรือไปเดินเล่นสยาม ทำอย่างไรดี CareerVisa มีคำแนะนำในการแต่งตัวเพื่อไปสัมภาษณ์งานสำหรับน้องผู้หญิงดังนี้คะ 1. ใส่เดรสแล้วใส่เสื้อสูททับ หรือ ใส่เสื้อสูท กับ กระโปรง ทั้งคู่ควรเป็นสีเดียวกัน เลือกสีที่สุภาพเรียบร้อย เช่น ดำ เทา น้ำตาล กรมท่า 2. ใส่รองเท้าคัทชูสีเข้ม ปิดหัวปิดส้น ไม่จำเป็นต้องสูงมาก เอาแบบที่เดินแล้วมั่นใจ ไม่งั้นจะเสียบุคลิก 3. แต่งหน้าอ่อนโทนธรรมชาติ 4. ผมทำให้เรียบร้อย ถ้าปล่อยก็อย่าให้ดูรกรุงรัง หรือว่าจะมัดก็ได้ 5. ตัดเล็บให้สั้นและดูสะอาด ทาสีเล็บได้ขอเป็นสีที่เรียบร้อย เช่น ชมพูอ่อน นู้ด น้ำตาลอ่อน 6. อย่าฉีดน้ำหอมมากเกินไป เลือกน้ำหอมอ่อนๆ และ ฉีดแค่หลังใบหูสองข้างก็พอ 7. อย่าถือของพะรุงพะรัง ถุงพลาสติกหรือถุงขนม ทานให้เรียบร้อยแล้วทิ้งก่อนเข้าไปในบริษัท 8. พกความมั่นใจและรอยยิ้มไปด้วยนะคะ

Continue Reading

5แง่คิด ใช้ชีวิตมหา'ลัย

น้องๆเคยถามตัวเองหรือเปล่า… เราใช้ชีวิตในมหาลัยคุ้มแล้วหรือยัง… เราเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆมากพอหรือยัง… เราพร้อมหรือยังกับชีวิตจริง ที่จะเกิดขึ้นหลังจาก4ปีนี้… วันนี้ ‪#‎พี่ปิง‬ CareerVisa Thailand มีแง่คิดดีๆ สำหรับชีวิตมหาลัยมาแชร์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆได้ เต็มที่กับชีวิตมหาลัย และ ‪#‎ใช้มันให้คุ้มกัน‬ 1. ตั้งแต่ปี1ที่เราเข้ามาเรียน เราเจอเพื่อนใหม่ๆ ที่จะต้องอยู่ด้วยกันไปอีกกว่า4ปี ถามตัวเองเลย ว่าเราเต็มที่กับเพื่อนแล้วแค่ไหน ถึงแม้บางทีจะมีปากเสียง ขัดใจกับเพื่อนกันบ้าง แต่อย่าลืมนะน้องๆ ยังไงก็เพื่อนกัน รักษามิตรภาพไว้ และหันหน้าเข้าคุยกันดีกว่า 2. นอกจากเพื่อนคนไทยที่เรามีแล้ว ลองหันไปดูรอบๆ ว่าเราพอจะหาเพื่อนต่างชาติได้หรือเปล่า หากมีก็อย่ารอช้า ลองเข้าไปทักทาย ไปชวนคุย ชวนเที่ยว แลกมิตรภาพกันสิ่ นอกจากจะได้เพื่อนต่างชาติแล้ว เรายังได้ฝึกภาษาฟรีๆด้วยนะ 3. กิจกรรมคณะ/กิจกรรมมหาลัย ถามตัวเองเลย ว่าตอนนี้ เราทำอะไรอยู่ เล่นเกม ดูหนัง เดินห้าง… แต่ลองเปลี่ยนมาทำกิจกรรมใหม่ๆดีไหม นอกจากจะได้ฝึกทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นแล้ว ยังเป็นอีกบทพิสูจน์ที่จะช่วยให้น้องๆพร้อมต่อการเริ่มชีวิตการทำงานด้วยนะ (เด็กจบใหม่อาจไม่มีประสบการณ์ทำงาน แต่HRส่วนใหญ่ก็ดูเรื่องกิจกรรมเราด้วยนะน้องๆ) 4. กล้าหรือเปล่าที่จะออกไปเปิดโลกอีกขั้น… นอกจากอยู่แต่ในมหาลัย รู้จักแต่คนในมหาลัยแล้ว

Continue Reading